Login

mostfreegamesslot,SGP แนวต้าน 11.60-11.80 บาท จุดลดความเสี่ยงหากหลุด 10.60 บาทสำหรับกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์ที่แล้ว ลดลง 12,000 ราย สู่ระดับ 260,000 ราย และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ที่ระดับ 270,000 ราย,ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดเช้าปรับตัวลดลง โดยดัชนีฮั่งเส็งลดลง 111.27 จุด หรือ 0.49% ปิดภาคเช้าที่ 22,476.36 จุด ตามทิศทางของตลาดหุ้นอื่นๆในภูมิภาค เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังเกิดเหตุเครื่องบินรบของรัสเซียถูกกองทัพตุรกียิงตกบริเวณชายแดนซีเรีย、gangstar vegas、ขณะที่ ใช้การหลุด 4.64 เป็นแนว stop loss ,แนวรับ : 4.76 +/- เงินเยนอยู่ที่ระดับ 122.60 เยน/ดอลลาร์ จากตอนเช้าที่อยู่ที่ระดับ 122.33 เยน/ดอลลาร์ความเห็น: แรงเหวี่ยง 3.90; ให้ขายตัดขาดทุนหากราคาต่ำกว่า 3.58 โดยราคาหุ้น EFORL ปรับตัวลดลงต่ำสุดในรอบ 1 ปี 5 เดือน นับตั้งแต่ราคาหุ้นอยู่ที่ 0.83 บาท เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.57 ขณะเดียวกันราคาหุ้นในวันนี้เป็นนิวโลว์ของปี 58 MINT (BUY:[email protected]): ช่วง 4Q58 คาดกำไรโต YoY จากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปีนี้คาดทำสถิติใหม่ อีกทั้งเข้าสู่ High Season และรับรู้การขาย pool villas ราว 2-3 ยูนิต หนุนทั้งปี 58 คาดกำไรปกติโต 8%YoY และโตต่อ 10%YoY ในปี 59 และด้วยแนวโน้มผลประกอบการที่สดใส บวกกับราคาหุ้นปัจจุบันยังมี Upside 17.6% จึงคงแนะนำ ซื้อ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีค่าระวางเรือ (BDI) ปิดวันทำการล่าสุด (25 พ.ย.) ที่ 546.00 จุด เพิ่มขึ้น 18.00 จุด หรือ 3.41%พอร์ตสินเชื่อของธนาคารยังคงหดตัวต่อเนื่องตามแนวโน้มอันจำกัดของยอดจำหน่ายรถยนต์และสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ในประเทศไทย รวมถึงผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทย ทั้งนี้ สินเชื่อและดอกเบี้ยค้างรับของธนาคาร ณ เดือนกันยายน 2558 มีทั้งสิ้น 177.8 พันล้านบาท ลดลง 4% จากเดือนธันวาคม 2557 ธนาคารมีความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของสินเชื่อซึ่งเป็นผลจากกลยุทธ์ที่เน้นในตลาดเฉพาะกลุ่ม โดยธนาคารมีพอร์ตสินเชื่อขนาดใหญ่ 2 กลุ่ม ได้แก่ สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ (ประมาณ 68% ของสินเชื่อรวม) และสินเชื่อกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้าง (21%) นอกจากนี้ ธนาคารยังปล่อยสินเชื่อที่มีความเสี่ยงสูงเพื่อจะได้ผลตอบแทนที่มากเพียงพอต่อต้นทุนทางการเงินซึ่งอยู่ในระดับสูงด้วย ทั้งนี้ ธนาคารมีความเสี่ยงด้านเครดิตทั้งจากสินเชื่อรถยนต์ใช้แล้ว (ซึ่งมีสัดส่วนมากกว่า 40% ของสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ทั้งหมด) สินเชื่อกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และสินเชื่อการค้าในกลุ่มธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพสินเชื่อของธนาคารได้ในกรณีที่เศรษฐกิจทรุดตัวลงแนวทดสอบของ SET Index จะอยู่ในกรอบ 1,370-1,395 จุด หากหลุดลงต่ำกว่า 1,370 จุดคาดว่าดัชนีจะลงต่อจนทดสอบ 1,361 จุดผู้สื่อข่าวรายงานว่า หุ้นบริษัท อาซีฟา จำกัด (มหาชน) หรือ ASEFA ปิดตลาดวันนี้ราคาอยู่ที่ 5.75 บาท บวก 0.25 บาท หรือ 4.55% สูงสุดที่ 5.85 บาท ต่ำสุดที่ 5.50 บาท มูลค่าซื้อขายที่ 528.95 ล้านบาท ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยโดยรวมบวก 0.25%?S Support 6.25 Resistance 6.60 / 7.00 Cut loss 6.20ขณะที่คาดว่าในปี 59 จะปรับราคาขายที่ดินเพิ่มขึ้นราว 10% ตามภาวะเงินเฟ้อ โดยปัจจุบันสัดส่วนรายได้ของบริษัทมาจากยอดขายที่ดิน 60% ค่าเช่า อาคารสำเร็จรูป 15% สาธารณูปโภค 20% อื่นๆ 5% ซึ่งปีหน้ารายได้ค่าเช่าก็จะเพิ่มขึ้นด้วย ภาพรวมในปีนี้ ธุรกิจมีการเติบโตที่ดีจากการขยายกำลังการผลิตในธุรกิจเดิม นอกจากนี้ยังมีการขยายธุรกิจไปยัง CLMV และแตกไลน์ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับก๊าซธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง เช่น iCNG และโรงงานทดสอบคุณภาพถัง NGV ที่ให้กำไรขั้นต้นอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ซึ่งช่วยผลักดันเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% เมื่อเทียบกับปีก่อน นายฤทธี กล่าวสำหรับแผนการเปิดโครงการใหม่ในปี 59 บริษัทวางแผนเปิดโครงการประมาณ 25 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 2.6-2.7 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นโครงการใหม่บนที่ดินที่พร้อมพัฒนาในปีหน้า 20 โครงการ มูลค่า 2.2-2.3 หมื่นล้านบาท โครงการใหม่ที่เลื่อนมาเปิดในปีหน้า 5 โครงการ มูลค่า 4 พันล้านบาท พร้อมกับตั้งงบซื้อที่ดินในปีหน้าราว 4-5 พันล้านบาท ไว้ใช้ซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการใหม่ในอนาคต。

โดยในปี 2558 บริษัทวางแผนเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยในแนวราบ โครงการใหม่ทั้งสิ้น 19 โครงการ จำนวนกว่า 4,700 ยูนิต มูลค่ารวมประมาณ 18,160 ล้านบาท โดยมีการลงทุนพัฒนาโครงการใหม่ในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และหัวเมืองต่างจังหวัด ทั้งในจังหวัดที่มีการพัฒนาโครงการอยู่แล้ว และล่าสุดขยายไปสู่จังหวัดนครราชสีมา อีกทั้งยังมีการเปิดตัวโครงการภายใต้แบรนด์ใหม่ของศุภาลัย อาทิ ศุภาลัย พรีมา วิลล่า ศุภาลัย ไพรด์ และศุภาลัย พรีโม่ เพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย และเตรียมขยายฐานการเติบโตของบริษัทฯในอนาคตประกอบกับในช่วงต้นปี 2559 ราวเดือน ก.พ. มี.ค. จะมีหลายบริษัทขึ้น XD และ ประกาศจ่ายปันผล การถือหุ้นยาวเพื่อรับปันผลจึงน่าจะเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจทั้งนี้ GDP ไตรมาส 3 ปรับตัวลงจากไตรมาสก่อนหน้าที่ขยายตัว 2%ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวสูงขึ้นในการซื้อขายภาคบ่ายวันนี้ โดยหุ้นญี่ปุ่นปรับตัวสูงขึ้นหลังจากที่เงินเยนอ่อนค่าลง เนื่องจากดอลลาร์สหรัฐปรับตัวขึ้นขานรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่ฟื้นตัวขึ้น รวมทั้งการคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค.นี้ โดยนักลงทุนได้ซึมซับประเด็นแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย และมีความมั่นใจมากขึ้นที่จะเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้น,งด้านกระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน เช่น เครื่องบิน รถยนต์ และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป เพิ่มขึ้น 3% ในเดือนต.ค. เมื่อเทียบรายเดือน ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1.8% โดยบ่งชี้ถึงอุปสงค์สำหรับสินค้าในภาคการผลิต นอกจากนี้ กระทรวงยังเปิดเผยว่า ยอดขายบ้านใหม่ในสหรัฐเพิ่มขึ้นในเดือนต.ค. ซึ่งบ่งชี้ว่ายอดขายบ้านมีแนวโน้มทำสถิติพุ่งขึ้นมากที่สุดในปีนี้ นับตั้งแต่ปี 2550 โดยยอดขายบ้านใหม่ในเดือนต.ค.เพิ่มขึ้น 10.7% เมื่อเทียบรายเดือน สู่ระดับ 495,000 ยูนิต,อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยกังวลเกี่ยวกับความไม่ชัดเจนของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ยังกดดันอยู่ เพราะหากเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัวดีอาจมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและความเชื่อมันในประเทศได้ด้วย แม้ว่าในปัจจุบันรัฐบาลจะพยายามผลักดันโครงการต่างๆเข้ามาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ และสร้างความเชื่อมั่นให้กลับมาแข็งแกร่งก็ตามผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้น บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC ณ เวลา 11.14 น.อยู่ที่ 201.00 บาท ลบ4 บาท หรือ 1.95% มูลค่าการซื้อขาย 876.72 ล้านบาท แนวรับ 883*, 880      แนวต้าน 891*, 895,โดยดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดภาคเช้าที่ 22,719.63 จุด เพิ่มขึ้น 221.63 จุด, +0.99% ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียปิดภาคเช้าที่ 1,684.76 จุด เพิ่มขึ้น 0.34 จุด, +0.02% ดัชนี SENSEX ตลาดหุ้นอินเดียเปิดวันนี้ที่ 25,769.81 จุด ลดลง 5.93 จุด, -0.02%โดยโครงการดังกล่าวเป็นของบริษัท รางเงิน โซลูชั่น จำกัด (RNS) ซึ่งตั้งอยู่ในต.พังตรุ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี ส่งผลให้โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของบริษัทย่อย ทุกโครงการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบให้กับกฟภ.แล้ว รวม 9 โครงการ กำลังการผลิตรวม 36.95 เมกะวัตต์,สำหรับหุ้นที่ลงแรงประจำวันนี้ (25 พ.ย.) ได้แก่นางสาวศิริวรรณ กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มผลประกอบการปี 59 บริษัทตั้งเป้ารายได้จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% จากปีนี้ ซึ่งการเติบโตส่วนใหญ่จะมาจากงานภาครัฐฯ ในขณะเดียวกันบริษัทจะมีรายได้จากผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัทย่อยชื่อ บริษัท เทคโน พริ้นท์ แอนด์ เพ็ค จำกัด ประกอบธุรกิจสิ่งพิมพ์และบรรจุภัณฑ์พิมพ์ลวดลาย โดยบริษัทคาดจะเริ่มมีรายได้เข้ามาในช่วงไตรมาส 2/59 ซึ่งจะทำให้ทั้งปี 59 มีรายได้ราว 30 ล้านบาท และในปี 60 จะเพิ่มขึ้นเป็น 50 ล้านบาท ทั้งนี้บริษัทตั้งงบลงทุนไว้ราว 50 ล้านบาท เพื่อใช้ในการขยายกำลังการผลิตระยะกลางทยอยซื้อสะสมเล่น-ระยะสั้นๆ ลงซื้อขึ้นขายหุ้นกลุ่มผู้ผลิตเซมิคอนดัคเตอร์ปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดยหุ้นอินฟิเนียน เทคโนโลยีส์ ทะยานขึ้น 12.85% หลังจากบริษัทเปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่งเกินคาด ขณะที่หุ้นเอสทีไมโครอิเล็กทรอนิก เอ็นวี และหุ้นไดอะล็อก เซมิคอนดัคเตอร์ ต่างก็ปิดตลาดพุ่งขึ้นเช่นกัน QTC (BUY:[email protected]): ช่วง 4Q58 คาดสร้างสถิติกำไรสูงสุดในรอบ 3 ปี จากเป็น High Season ส่งมอบงานก่อนปิดงบสิ้นปี โดยปัจจุบันมี Backlog 550 ลบ. หนุนปี 58 คาดโต 42.9%YoY และโตต่อ 13%YoY ในปี 59 นอกจากนี้คาดได้ Backlog เพิ่มจากแผนเปิดประมูลหม้อแปลงไฟฟ้าของกฟภ. และโซล่าร์ฟาร์มล้างท่อ ในเดือน ธ.ค. นี้ จึงแนะนำ ซื้อส่วนภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 59 มองว่าจะดีขึ้นจากปีนี้ เนื่องจากไม่มีซัพพลายใหม่ๆในตลาดเข้ามาเพิ่มมากเพราะไม่มีผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์หน้าใหม่เข้ามาเล่นในตลาด และส่งผลให้การแข่งขันมีความรุนแรงลดลง ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจในประเทศในปีหน้าคาดว่าจะดีขึ้นจากปีนี้ ส่งผลต่อความมั่นใจของประชาชนเพิ่มขึ้น ซึ่งจะทำให้ไม่เกิดภาวะการชะลอตัวของการตัดสินใจซื้อ ขณะที่การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐนั้นจะช่วยให้เกิดการเปิดพื้นที่ใหม่ ที่ช่วยเปิดโอกาสทำเลใหม่ให้กับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ แต่อย่างไรก็ตามยังมีความเสี่ยงที่ต้องจับตาในปีหน้า คือ ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่แน่นอน และความปลอดภัยในชีวิตของคนในโลก หลังจากมีการก่อการร้ายเกิดขึ้นในต่างประเทศ,ff pc、free online scratch cards win real money no deposit usa、 ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) คาดมูลค่าการส่งออกปีนี้จะหดตัวกว่า 5% ส่วนในปีหน้ามีแนวโน้มไม่ขยายตัว หลังมูลค่าการส่งออกไทยในปีนี้ยังไม่มีสัญญาณฟื้นตัว โดยในช่วง 10 เดือนแรก(ม.ค.-ต.ค.58)มูลค่าการส่งออกหดตัวลง 5.3%、CI Res 2.74 / Sup 2.58 Stop Loss หากต่ำกว่า 2.50 บาทความเห็น: แรงเหวี่ยง 13.20; ให้ขายตัดขาดทุนหากราคาต่ำกว่า 12กราฟ JMART ลงมาถึงแนว Oversold และทดสอบ double bottom เดิม ซึ่งเป็นแนวที่ราคาหุ้นเกิดแรงรับแล้ว คาดว่าจะดีดตัวไม่ต่ำกว่า 8.50 บาท แนะนำซื้อเก็งกำไร。

Please sign in.

UW NetID Help

Sign in reduces how often you have to reauthenticate to access UW resources.

Learn how to sign out at the end of your browsing session.